คำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับอายุการใช้งานของยางรถยนต์ ไม่ใช่แค่เพียงปีที่ผลิตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัย ยางรถยนต์ในประเทศไทยมีอายุการใช้งานที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการใช้งาน สภาพถนน และการบำรุงรักษา ผู้ผลิตยางชั้นนำหลายรายได้ให้คำแนะนำจากการวิจัยและการทดลองจริงดังนี้





คำแนะนำจากแบรนด์ดังเกี่ยวกับอายุยาง:
- Bridgestone: แนะนำให้เปลี่ยนยางเมื่อใช้งานประมาณ 5 ปี (นับจากวันที่ติดตั้งบนตัวรถ) หรือไม่เกิน 10 ปีนับจากวันที่ผลิต แม้ว่าจะไม่ได้ใช้งานก็ตาม ข้อมูลนี้มาจากการวิจัยในหลายสนามของ Bridgestone
- Michelin: แนะนำว่าอายุการใช้งานของยางควรอยู่ที่ประมาณ 5-6 ปีนับจากวันติดตั้ง แม้ว่าดอกยางจะยังเหลืออยู่ก็ตาม หลังจากการใช้งานไปแล้ว 5 ปี ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เกิดความเสียหายก่อนเวลาอันควรและไม่เป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่ สำหรับยางรถยนต์ Michelin สามารถใช้งานได้นานถึง 10 ปีนับจากวันผลิต หากนานเกิน 10 ปี ควรเปลี่ยนยางใหม่ทันทีเพื่อความปลอดภัย ข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจากการวิจัยของ Michelin
- Goodyear: แนะนำให้เปลี่ยนยางที่มีอายุเกิน 6 ปีขึ้นไป โดยนับจากวันใช้งาน ซึ่งรวมถึงยางที่เติมลมและติดไว้บนขอบล้อของรถ รวมถึงยางอะไหล่ด้วย ไม่ว่ายางนั้นจะสัมผัสกับพื้นถนนหรือไม่ก็ตาม แม้ว่ายางจะยังใช้งานได้และยังไม่สึกหรอตามขีดจำกัดของกฎหมายก็ตาม สรุปคือ Goodyear ให้ใช้ยางได้มากกว่า 6 ปีนับจากวันลงล้อ หรือวันเติมลม หรือวันใช้งานเท่านั้น ข้อมูลนี้มาจากการทดลองและเว็บไซต์ของ Goodyear
- Dunlop: แนะนำว่าเมื่อยางอยู่บนรถเป็นเวลา 5 ปี ควรตรวจสอบปีละ 1 ครั้ง อายุของยางจะทำให้ยางเสื่อมลงไม่ว่าคุณจะขับหรือไม่ก็ตาม และขอแนะนำให้เปลี่ยนยางอย่างน้อยทุกๆ 10 ปี แม้ว่ายางจะดูไม่สึกก็ตาม โปรดจำไว้ว่าอายุยางวัดจากวันที่ผลิต ไม่ใช่วันที่ซื้อ เนื่องจากยางสึกหรอแม้กระทั่งในการจัดเก็บ สรุปคือ Dunlop สามารถใช้ได้ถึง 10 ปีนับจากวันผลิต จากข้อมูลจริงบนเว็บไซต์
ยางปีเก่าไม่มีผลต่อการขับขี่:
ข้อมูลจาก (NHTSA) องค์กรความปลอดภัยของสหรัฐอเมริกาทางด้านท้องถนน ได้วิจัยออกมาแล้วว่า ยางปีเก่าไม่มีผลต่อการขับขี่ หรือระยะเบรกแม้แต่ 1 มิลลิเมตร ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ กรมการค้าภายใน ที่ออกเอกสารชัดเจนว่ายางปีเก่าไม่มีผลต่อการขับขี่
โดยสรุป: อายุการใช้งานและปัจจัยที่ควรพิจารณา
โดยสรุปคือ อายุการใช้งานของยางรถยนต์มักอยู่ที่ประมาณ 5-6 ปีนับจากวันที่ติดตั้ง หรือไม่เกิน 10 ปีนับจากวันที่ผลิต (ซึ่งเป็นตัวเลขสัปดาห์และปีที่เขียนไว้ข้างยาง) แม้ว่ายางจะยังคงสภาพดีและมีดอกยางเหลืออยู่ก็ตาม ยางรถยนต์จะเสื่อมสภาพตามกาลเวลาเนื่องจากสัมผัสแสงแดด ความร้อน และสภาวะแวดล้อมอื่นๆ ยางจะแข็งตัวและเสียประสิทธิภาพ การตรวจสอบยางเป็นประจำจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อมั่นใจว่ายางยังคงอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยและใช้งานได้ดี คุณควรพิจารณาเปลี่ยนยางเมื่อถึงอายุการใช้งาน หรือหากท่านลูกค้าพบความเสียหายดังต่อไปนี้:
สำคัญมากที่คุณควรรู้ก่อนเปลี่ยนยางรถยนต์เส้นใหม่!
- อายุการใช้งาน: ควรเปลี่ยนยางเมื่ออายุครบ 10 ปีนับจากวันที่ผลิต ที่แจ้งบนแก้มยาง
- ดอกยางและความลึกของร่องยาง: หากดอกยางลึกถึงจุดที่กำหนด (ประมาณ 1.6 มม.) ควรเปลี่ยนทันที
- ความเสียหายของยาง: ยางแตกหัก ฉีกขาด บวม มีรอยร้าว หรือมีรอยนูนที่ข้างแก้มยาง ควรเปลี่ยนทันทีเพื่อความปลอดภัย
- การสึกหรอผิดปกติ: หากดอกยางสึกหรอไม่สม่ำเสมอ ควรตรวจสอบและเปลี่ยนใหม่ทันที เพราะจะทำให้เกิดเสียงดังและเสียการทรงตัว
หากเกิดตามข้อใดข้อหนึ่งใน 4 ข้อนี้ ลูกค้าควรต้องรีบเปลี่ยนยางทันที เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้
สิ่งที่ควรแก้ไขและดูแลสม่ำเสมอ:
- ตรวจเช็คลมยางทุก 1 เดือน: เพราะลมยางสามารถซึมออกจากตัวกะทะล้อได้โดยเฉลี่ยประมาณ 2 ปอนด์ต่อเดือน การรักษาระดับลมยางให้เหมาะสมจะช่วยไม่ให้โครงสร้างยางทำงานหนักเกินไปและเกิดความร้อนสูงภายในยาง ซึ่งอาจนำไปสู่ยางระเบิดได้
- สลับยางทุก 10,000 กิโลเมตร: เพื่อให้ดอกยางสึกเรียบเสมอกันทั้งสี่เส้น และยืดอายุการใช้งานของยาง
สรุป: ยางปีเก่าไม่มีผลต่อการขับขี่แล้วใช่หรือไม่?
จากข้อมูลทั้งหมดข้างต้น การวิจัยจากองค์กรความปลอดภัยระดับโลกและในประเทศต่างยืนยันว่า ยางปีเก่าไม่ได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่โดยตรง หากยางได้รับการเก็บรักษาที่ดีและไม่มีความเสียหาย สิ่งสำคัญคือการพิจารณาอายุการใช้งานจริงนับจากการติดตั้งบนรถ รวมถึงการตรวจสอบสภาพยางอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของผู้ผลิตและข้อควรระวังต่างๆ
ยางคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาสุดคุ้ม!
เรามียางคุณภาพระดับพรีเมียม ทั้งยางสำหรับ รถไฟฟ้า รถยุโรป รถ BMW รถ Benz และรถ Supercar ที่เป็นยางปีเก่าจากทุนเก่า แต่ยังคงคุณภาพเท่าเดิม มอบความคุ้มค่าที่คุณไม่ควรพลาด!
ราคาพิเศษ (ราคาต่อเส้น)
- 225/40R18 รุ่น S2: 2,350.-
- 245/45R18 รุ่น S2: 2,500.-
- 275/40R18 รุ่น S2: 3,500.-
- 235/35R19 รุ่น S2: 3,250.-
- 225/45R19 รุ่น S2: 3,250.-
- 235/55R19 รุ่น P10: 3,950.-
- 245/40R20 รุ่น 288: 3,950.-
- 255/35R20 รุ่น S2: 3,950.-
- 255/35R21 รุ่น S2: 6,500.-
- 275/35R21 รุ่น S2: 7,500.-
- 265/45R21 รุ่น P10: 6,500.-
- 275/40R22 รุ่น P10: 6,900.-
- 275/35R22 รุ่น S2: 8,900.-
- 315/30R22 รุ่น S2: 10,500.-
หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกยางหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ไม่ต้องลังเลที่จะติดต่อเรานะครับ เรายินดีให้บริการ!
สั่งซื้อหรือสอบถามเพิ่มเติม
โทร : 091-6677108, 02-041-7265, 098-2786402
เว็บไซต์ : www.ยางถูก.com